ping คืออะไร และทำไมมันถึงสำคัญในเกมออนไลน์ของคุณ

ถ้าคุณเคยได้ยินใครโทษ "ping" ที่ทำให้แพ้แมตช์ นั่นไม่ใช่ข้ออ้างลอยๆ เพราะ ping เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดของเกมออนไลน์ทุกเกม และการเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไรจะช่วยให้คุณวินิจฉัยได้ว่าทำไมเกมถึงกระตุกหรือทำไมศัตรูถึง "เทเลพอร์ต"
ตัวเลขนั้นวัดอะไรกันแน่
ping คือเวลาที่วัดเป็นมิลลิวินาที (ms) ที่แพ็กเก็ตข้อมูลใช้ในการเดินทางจากอุปกรณ์ของคุณไปยังเซิร์ฟเวอร์ของเกมและกลับมา หรือเรียกอีกอย่างว่าความหน่วง (latency) ยิ่งตัวเลขต่ำเท่าไร เซิร์ฟเวอร์ก็จะยิ่งได้รับการกระทำของคุณ (ยิง เคลื่อนที่ กระโดด) เร็วขึ้นเท่านั้น และส่งผลลัพธ์กลับมาที่หน้าจอของคุณเร็วขึ้น
- ต่ำกว่า 50ms: ดีเยี่ยม แทบไม่รู้สึกถึงความหน่วงเลย
- 50-100ms: ดี ยังเล่นได้อย่างสบายในเกมส่วนใหญ่
- 100-150ms: รู้สึกได้ชัดในเกมที่ต้องการปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็ว (battle royale, เกมยิง)
- สูงกว่า 150ms: เริ่มรู้สึกถึงความล่าช้าระหว่างการกดปุ่มกับการกระทำที่เกิดขึ้นจริง
ping ไม่ใช่สิ่งเดียวกับความเร็วอินเทอร์เน็ต
การมีอินเทอร์เน็ตความเร็ว 300 Mbps ไม่ได้รับประกันว่า ping จะต่ำ เพราะความเร็ว (แบนด์วิดท์) กับความหน่วง (ping) เป็นคนละเรื่องกัน ตัวอย่างเช่น การเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมอาจมีแบนด์วิดท์ที่ดีพอสมควร แต่ ping สูงเพราะระยะทางทางกายภาพไปยังดาวเทียม สิ่งที่ส่งผลต่อ ping มากที่สุด:
- ระยะทางไปยังเซิร์ฟเวอร์ของเกม ด้วยเหตุนี้การเลือกภูมิภาคที่ถูกต้องในการตั้งค่าจึงสำคัญ
- ประเภทของการเชื่อมต่อ: สายเคเบิล/ไฟเบอร์มักจะมี ping ที่เสถียรกว่า Wi-Fi ซึ่ง Wi-Fi ก็เสถียรกว่าเน็ตมือถืออีกที
- การแออัดของเครือข่ายในเราเตอร์ของคุณ อุปกรณ์หลายเครื่องที่กำลังดาวน์โหลดหรือสตรีมพร้อมกันจะเพิ่ม ping ให้กับทุกคน
ปรับปรุงได้ไหม?
- เชื่อมต่อผ่านสายแลนทุกครั้งที่เป็นไปได้ แทนที่จะใช้ Wi-Fi
- เลือกเซิร์ฟเวอร์/ภูมิภาคที่ใกล้คุณที่สุดในการตั้งค่าของเกม หากมีตัวเลือกนี้
- ปิดการดาวน์โหลดและสตรีมบนอุปกรณ์อื่นในเครือข่ายเดียวกันก่อนเล่น
- รีสตาร์ทเราเตอร์เป็นระยะๆ เพราะปัญหาหน่วยความจำที่สะสมอาจเพิ่มความหน่วงได้เมื่อเวลาผ่านไป
ไม่มีเคล็ดลับไหนที่จะทำให้ ping เป็นศูนย์ได้ แต่ช่วยให้มันคงที่มากขึ้น สิ่งที่มักจะน่ารำคาญกว่าตัวเลขเองคือความผันผวน (jitter) เมื่อ ping แกว่งไปมามากจากแมตช์หนึ่งไปอีกแมตช์หนึ่ง
